วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

ลิงค์เพิ่มเติม

ผู้จัดทำ

  • นางสาวมณีรัตน์  มานะ  การตลาด551  เลขที่ 30


ข้อมูลเพิ่มเติม

facebook

google

yahoo

youtube

วงจรของปลา



วงจรของปลาหางนกยูง




ลักษณะสายพันธ์ุ

ลักษณะมาตรฐานของสายพันธุ์ปลาหางนกยูง

            ปลาหางนกยูงเพศผู้มีลักษณะ สีสันและลวดลายสวยงามกว่าปลาเพศเมียมาก กล่าวคือจะมีครีบยาวและแผ่กว้างกว่า สีจะเข้มกว่า ลวดลายจะชัดเจนและเข้มสะดุดตากว่า ปลาเพศผู้จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงและได้รับการพัฒนาปรับปรุง เกิดสายพันธุ์ใหม่ๆ ตลอดเวลา สายพันธุ์ต่างๆ ของปลาหางนกยูงที่นิยมเลี้ยงกันทั่วไปในปัจจุบันนี้ ได้แก

สายพันธุ์โมเสคหรือชิลี (Mosaic/Chili)

- ลำตัวจะมีสีใดก็ได้ แต่ต้องไม่มีลวดลาย อาจมีความเงาแวววาว (แพลททีนั่ม) ได้

- ครีบหางมีลวดลายแบบโมเสค โดยลวดลายจะมีลักษณะเป็นแต้มใหญ่ ครีบหางอาจจะมีสีแดง เหลือง น้ำเงิน หรือสีใดก็ได้

- ครีบหลังควรมีลวดลายและสีที่สอดคล้องกับครีบหาง

05-04-2553 13-21-01

ริบบอนโมเสค (Ribbon mosaic)

 สายพันธุ์ทักซิโด้ (Tuxedo/Half black)

 – ลำตัวจากบริเวณกึ่งกลางลำตัวไปสุดโคนหางมีสีดำหรือน้ำเงินเข้ม ลำตัวอาจจะมีความแวววาว (แพลททีนั่ม) ได้ แต่ส่วนของแพลททีนั่มไม่ควรปนเปื้อนอยู่ในช่วงสีดำ

- ครีบหางอาจเป็นสีพื้นหรือมีลวดลาย

 – ครีบหลังควรมีสีและลวดลายที่สอดคล้องกับครีบหาง

05-04-2553 13-26-10

 เยอรมันเยลโลทักซิโด้  (German yellow tuxedo

สายพันธุ์กราซ  (Glass/Grass)

ลำตัวมีสีก็ได้ แต่ไม่ควรมีลายหรือแถบสี สีที่พบมาก ได้แก่ สีขาวงาช้าง สีเหลือง สีน้ำเงิน และสีแดง

- พื้นครีบหางมีสีอ่อน ค่อนข้างโปร่งแสง มีจุดหรือแต้มขนาดเล็ก กระจายทั่วหางและมีขนาดของจุดหรือแต้มสม่ำเสมอกัน ในสายพันธุ์บลูกราสไม่ควรมีสีเหลืองแทรกที่ครีบหาง และครีบหางไม่หางไม่ควรมีขอบสีดำหรือสีอื่นๆ

- ครีบหลังควรมีสีและลวดลายที่สอดคล้องกับครีบหาง

05-04-2553 13-29-27

บลูกราซ (Blue grass)


สายพันธุ์คอบบร้าหรือสเน็คสกิน (Cobra or Snake skin)

- ลำตัวมีลายจุดคล้ายหนังงู ไม่ควรเป็นลายแถบแบบม้าลาย

- ครีบหางมีลาย ส่วนมากจะเป็นสีน้ำเงิน เหลือง แดง หรืออาจจะเป็นสีเดี่ยวก็ได้

- ครีบหลังควรมีสีและลวดลายสอดคล้องกับครีบหาง ครีบหลังอาจจะมีขนาดเล็กกว่าครีบหลังของสายพันธุ์อื่นๆ

05-04-2553 13-31-19

คิงคอบบร้า (King cobra)

สายพันธุ์โซลิค (Solic)

 ลำตัวมีสีเดี่ยวสีใดก็ได้ ยกเว้นสายพันธุ์โซลิคที่มีลักษณะทักซิโด้

- ครีบหางและครีบหลังไม่ควรมีจุดหรือลวดลาย

- ครีบหลังควรมีสีสอดคล้องกับครีบหาง

05-04-2553 13-39-06
เรดเดลต้า (Red delta)
สายพันธุ์ริบบอน (Ribbon)
 ครีบทุกครีบยาวและควรมีขนาดยาวใกล้เคียงกัน
- ครีบหางควรยาวกว่าลำตัว
- ลักษณะอื่นๆ ต้องมีลักษณะถูกต้องตามสายพันธุ์นั้นๆ
  05-04-2553 13-44-05
แพลททีนั่มเยลโล่ริบบอน (Platinum yellow ribbon)
สายพันธุ์สวอลโล (Swallow)
 – ครีบทุกครีบต้องมีลักษณะคล้ายคลึงกัน  และครีบทุกครีบมีการแตกแขนงได้สัดส่วน
- ลักษณะอื่นๆ ต้องมีลักษณะถูกต้องตามสายพันธุ์นั้นๆ
05-04-2553 13-44-21
แอลบิโนสวอลโล (Albino swallow)
สายพันธุ์แอลบิโน่ (Albino)
- ตามีสีแดง หรือชมพู หรือม่วง
- สีลำตัว ครีบหลังและครีบหางต้องมีลักษณะถูกต้องตามสายพันธุ์นั้นๆ
05-04-2553 13-45-09
แอลบิโนเรด (Albino red)
สายพันธุ์อิสระ (Open)
- เป็นปลาที่ไม่จัดอยู่ใน 8 สายพันธุ์ข้างต้น หรือไม่จัดเข้าในรายการประกวดแต่ละครั้ง เช่น สายพันธุ์พิงค์กุ (Pinku) สายพันธุ์เมดดูซ่า (Medusa) สายพันธุ์หางดาบ (Swordtail)  สายพันธุ์เอ็นเลอร์กัพพี (Endler’s guppy) หรือปลาหางนกยูง wild strains อื่นๆ
05-04-2553 13-51-52
เมดดูซ่า (Medusa)





ลักษณะรูปร่าง

ลักษณะรูปร่างของปลาหางนกยูง   

           ปลาหางนกยูงจัดว่าเป็นปลาสวยงามขนาดเล็ก เมื่อโตเต็มที่ปลาตัวผู้มีขนาด 3 – 5 เซนติเมตร ส่วนตัวเมียมีขนาด 5 – 7 เซนติเมตร เป็นปลาที่มีสีสันสวยงามหลายสีแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ โดยเฉพาะที่ส่วนหางจะมีความแตกต่างกันหลายรูปแบบ และเฉพาะปลาเพศผู้จะมีครีบหางยาวและสีสันเด่นสะดุดตา


  

Guppy-1

ความเป็นมา

ลักษณะความเป็นมาของปลาหางนกยูง


นกยูง

     ปลาหางนกยูง (อังกฤษ: Guppy : ชื่อทางวิทยาศสาสตร์: Poecilia reticulata) เป็นปลาน้ำจืดขนาดเล็กชนิดหนึ่ง ในวงศ์ปลาสอด (Poeciliidae) เป็นปลาน้ำจืดที่มีขนาดเล็ก มีความยาวเต็มที่ไม่เกิน 5 นิ้ว มีจุดเด่นคือครีบหางที่มีขนาดใหญ่ ตัวผู้และตัวเมียมีความแตกต่างกันจนเห็นได้ชัด กล่าวคือ ตัวผู้มีขนาดลำตัวที่เล็กกว่ามาก แต่มีสีสันและครีบที่สวยงามกว่า ขณะที่ตัวเมียตัวใหญ่กว่า ท้องอูม สีสันและครีบเครื่องเล็กกว่า  มีการกระจายพันธุ์บริเวณทวีปอเมริกากลางจนถึงอเมริกาใต้ อาศัยอยู่ในแหล่งนำ้จืดจนถึงนำ้กร่อยที่มีกระแสน้ำไหลเอื่อย ๆ เป็นปลาอาศัยอยู่รวมเป็นฝูง หากินบริเวณผิวน้ำ โดยกินทั้งพืชและสัตว์นำ้รวมถึงแมลงหรือตัวอ่อนแมลงขนาดเล็กด้วย

      ปลาหางนกยูงเป็นปลาที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะที่เป็นปลาสวยงาม ในประเทศไทยได้มีการนำเข้ามาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่5 โดยนิยมเลี้ยงกันในอ่างบัวเพราะเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายมาก มีสีสันสวยงาม สามารถเลี้ยงรวมกันเป็นฝูงได้ จากการเป็นปลาผิวน้ำและเป็นปลาขนาดเล็ก ทำให้การเลี้ยงปลาหางนกยูงในอ่างบัว ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องให้ออกซิเจนเหมือนปลาชนิดอื่น ๆ อีกทั้งการแพร่ขยายพันธุ์ก็กระทำได้ง่ายมาก เนื่องจากเป็นปลาที่ปฏิสนธิภายในตัว และออกลูกเป็นตัว โดยปลาตัวเมียเมื่อได้รับการผสมแล้วจะสามารถให้ลูกไปได้ราว 2-3 ครอก ซึ่งการขยายพันธุ์ก็เพียงแค่จับปลาตัวผู้และตัวเมียมาเลี้ยงไว้รวมกันก็สามารถให้ลูกได้แล้ว โดยปลาที่มีความพร้อมที่จะขยายพันธุ์จะมีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป  ปัจจุบัน ปลาหางนกยูงได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันและลวดลายรวมทั้งขนาดลำตัวให้แตกต่าง สวยงามไปจากพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติเยอะมาก มีหลายสายพันธุ์ เช่น “ทักซิโด้”, “กร๊าซ”, “คอบร้า”, “โมเสค” , “หางดาบ”, “นีออน” เป็นต้น

 

การเลี้ยงปลา

การเลี้ยงปลาหางนกยูง

           การเลี้ยงปลาหางนกยูงนับเป็นเรื่องง่ายมาก ปลาหางนกยูงจะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการติดเชื้อหากผู้เลี้ยงหมั่นทำความสะอาดบ่อเลี้ยงไล่เศษอาหารที่ตกค้างออกจากบ่ออย่างสม่ำเสมอซึ่งอาจกระทำทุก 2 – 3 วัน ต่อครั้งก็เป็นการเพียงพอสำหรับผู้เลี้ยงทั่วไปที่เลี้ยงปลาสวยงามเป็นงานอดิเรกควรใช้อาหารปลาสวยงามที่จำหน่ายตามร้านขายปลาสวยงาม โดยไม่จำเป็นต้องเลือกอาหารเฉพาะเจาะจงซึ่งจะมีราคาไม่แพงมากนักก็จะใช้เลี้ยงปลาได้ดีเพราะปลาหางนกยูงกินอาหารได้ง่ายและเจริญเติบโตได้ดีโดยควรให้อาหารวันละ  2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็นส่วนผู้ที่เลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อเพาะพันธุ์ปลาออกจำหน่าย จำเป็นต้องเลี้ยงปลาเป็นจำนวนมาก จะต้องพยายามลดต้นทุนการผลิตอาจเลือกใช้อาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงปลาดุกเล็ก ซึ่งมีราคาถูกและมีธาตุอาหารครบถ้วนนำมาใช้สำหรับเลี้ยงปลาก็จะทำให้ปลาเจริญเติบโตได้อย่างดี จะใช้เวลาเลี้ยงปลาประมาณ  45 – 60 วัน ก็สามารถส่งจำหน่ายได้

Guppy-11   
ปัญหาการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง      

             ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการเพาะเลี้ยงปลาหางนกยูง คือ ลูกปลาที่ได้มามีลักษณะไม่ตรงตามต้องการ หรือมีลักษณะไม่เหมือนกับพ่อแม่พันธุ์ที่ใช้เพาะ แต่มักจะมีลักษณะด้อยกว่าพ่อแม่ปลา คือมีความสวยงามไม่เท่าพ่อแม่พันธุ์ ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการ  คือ

1 พ่อแม่พันธุ์ที่นำมาใช้เพาะอาจเป็นปลาครอกเดียวกัน  การนำปลาเลือดชิดมาผสมกัน ลูกปลาที่ได้จะแสดงลักษณะด้อยออกมามากขึ้น จึงทำให้ลูกปลามีลักษณะไม่สวยงามเท่าพ่อแม่พันธุ์

2 ปลาเพศเมียที่คัดแยกมาเพาะอาจได้รับน้ำเชื้อจากปลาเพศผู้ตัวอื่นมาแล้ว   เพราะในขณะที่ปลาตั้งท้อง ถึงแม้ว่าปลาจะได้รับการผสมพันธุ์จากเพศผู้แล้ว แต่ปลาเพศผู้ตัวอื่นๆก็จะมาผสมกับแม่ปลาไปเรื่อยๆ น้ำเชื้อที่ถูกส่งเข้ามาในรังไข่ใหม่นี้จะตกค้างและมีชีวิตอยู่ได้นาน เมื่อปลาคลอดลูกออกไปแล้ว ไข่ที่เจริญมาใหม่ก็จะถูกผสมโดยน้ำเชื้อที่ตกค้างอยู่เหล่านี้ ทำให้แม่ปลาดังกล่าวไม่ได้รับการผสมกับปลาเพศผู้ที่คัดมา ดังนั้นเมื่อแม่ปลาคลอดลูกแล้วอาจต้องเลี้ยงแยกไว้ ปล่อยให้คลอดลูกอีกครอกซะก่อน จึงค่อยนำไปผสมกับปลาเพศผู้ที่คัดไว้

3 ขาดการดูแล  ลูกปลาที่เกิดขึ้นได้รับการดูแลเอาใจใส่ไม่ดีพอ อาจได้รับอาหารไม่สมบูรณ์หรือไม่เพียงพอ ก็จะทำให้ปลามีความแคระแกรนรูปทรงไม่สวยงามได้

.

การเพาะพันธุ์

การเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง

images

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์

        ปลาหางนกยูงมีวัยเจริญพันธุ์เมื่อมีอายุเพียง 3 เดือน ดังนั้นเมื่อลูกปลาโตพอที่จะแยกเพศได้ (อายุ 1-1.5 เดือน )  ควรเลี้ยงแยกเพศไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผสมพันธุ์กันเอง การเลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรเลี้ยงบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงในตอนช่วงเช้าหรือเย็น  ถ้าเลี้ยงกลางแจ้งควรใช้ตาข่ายบังแสงส่องผ่าน 25-40%    ภาชนะที่ใช้เลี้ยงใช้ได้ทั้งอ่างซีเมนต์หรือตู้กระจก  ควรมีอุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนในน้ำตลอดเวลา น้ำที่ใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากคลอรีน  มีความเป็นกรดเป็นด่าง  (pH) ที่เหมาะสมประมาณ  6.8   ควรมีอุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนในน้ำตลอดเวลา    และมีอุณหภูมิน้ำ  25-29  องศาเซลเซียส

        อาหารที่ใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก  เช่น  ลูกน้ำ  ไรแดง  ไรสีน้ำตาล หรือหนอนแดง    หรืออาจจะเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีปริมาณโปรตีนไม่ต่ำกว่า  40 %  อาหารสดก่อนให้ทุกครั้ง  ควรฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหารโดยการแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น 0.5-1.0 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ประมาณ 10-20 วินาที ปริมาณอาหารสดควรให้วันละ  10% ของน้ำหนักตัวหรือให้กินแต่พออิ่ม   ส่วนอาหารแห้งให้วันละ 2-4 %   ของน้ำหนักตัวปลา  โดยให้วันละ 2 ครั้ง  ในตอนเช้าและเย็น   การถ่ายเทน้ำควรทำทุกวัน   โดยดูดน้ำในตู้ออกวันละประมาณ 1 ใน 4   ของปริมาณน้ำในตู้  แล้วเติมน้ำให้เท่าระดับเดิม

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ 
         การคัดเลือกปลาเพศผู้และเพศเมียเพื่อทำการผสม ควรเลือกปลาที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไป มีลักษณะลำตัวมีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ โคนหางใหญ่ แข็งแรงครีบสมบูรณ์ ครีบหางใหญ่ พริ้วหนา แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด รูปร่างได้สัดส่วน แข็งแรง ว่ายน้ำปราดเปรียว มีสีและลวดลายสวยงาม เพศผู้จะมีลักษณะต่างจากเพศเมียตรงที่อวัยวะในการสืบพันธุ์เรียกว่า gonopodium ซึ่งดัดแปลงมาจากครีบก้น ปลาเพศผู้และเพศเมีย ควรมีลักษณะสีและลวดลายที่เหมือนกันหรือคล้ายกันมากที่สุด เพื่อให้ได้ลูกปลาที่ลักษณะไม่แปรปรวนมากในการผสมพันธุ์ หากจำเป็นต้องเก็บลูกปลาที่เพาะไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในครั้งต่อไป ควรหาพ่อแม่ปลาจากแหล่งอื่นมาผสมบ้าง เพื่อป้องกันการผสมเลือดชิด (Inbreeding) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกปลารุ่นต่อๆ ไป มีความอ่อนแอและมีอัตราการรอดต่ำ

การผสมพันธุ์

       คัดเลือกปลาเพศผู้และเพศเมียตามลักษณะที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วใส่เลี้ยงรวมกันในภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับเพาะพันธุ์  ซึ่งจะเป็นอ่างซีเมนต์หรือตู้กระจกก็ได้   ในอัตราส่วนปลาเพศผู้ 2 ตัว ต่อปลาเพศเมีย 5 ตัว  โดยปล่อยในอัตราส่วนเพศผู้ 10 ตัว ต่อ ปลาเพศเมีย 25ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร เมื่อปลาจะผสมพันธุ์กัน ปลาเพศผู้จะว่ายไปใกล้ปลาเพศเมีย  และจะปล่อยน้ำเชื้อผ่านทางอวัยวะช่วยในการสืบพันธุ์ไปเก็บไว้ในท่อนำไข่ของปลาเพศเมีย (น้ำเชื้อของปลาเพศผู้สามารถเก็บไว้ในท่อนำไข่ได้นานถึง  8 เดือน) จากนั้น  ปลาเพศเมียจะใช้เวลาฟักในท้องนานประมาณ   22 – 30   วัน จึงจะฟักออกเป็นตัว  เมื่อลูกปลาออกจากท้องแม่หมดควรนำลูกปลาออก เพื่อป้องกันไม่ให้แม่ปลากินลูกปลาที่เกิดมาใหม่ จำนวนลูกปลาแต่ละครอกอาจมีมากถึง 200 ตัว  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่ปลา  แต่โดยเฉลี่ยจะมีประมาณ 40-50 ตัว ในการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงเพื่อการค้า อาจปล่อยพ่อแม่ปลาให้ผสมพันธุ์ในบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ แล้วคอยตักลูกปลาออกทุก ๆ วัน หรืออาจจะปล่อยพ่อแม่ปลาผสมพันธุ์ในกระชัง หรือตระแกรงที่มีขนาดช่องตาที่ลูกปลาสามารถลอดออกมาได้โดยแขวนกระชังหรือตะแกรงดังกล่าวไว้ในบ่อซีเมนต์        เมื่อลูกปลาว่ายออกจากกระชัง  สามารถแยกออกไปปล่อยในบ่ออนุบาลได้

การอนุบาลลูกปลา

         ลูกปลาที่เกิดใหม่ในระยะแรกให้ไรแดงหรือไรสีน้ำตาลที่ฟักออกใหม่ๆ เป็นอาหาร โดยให้ในปริมาณที่ลูกปลากินอิ่มพอดี   วันละ   2   ครั้ง  ในตอนเช้า   –  เย็น ประมาณ   2    สัปดาห์  จึงเปลี่ยนอาหารให้ลูกน้ำแทนหรืออาหารสำเร็จรูป  ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ ?  ของตู้ทุกวัน และเมื่อลูกปลาอายุประมาณ 1 – 1 ?  เดือน ควรจะเลี้ยงแยกเพศ  เพื่อป้องกันไม่ให้ผสมพันธุ์กันเอง