การเพาะพันธุ์
การเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง
การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์
ปลาหางนกยูงมีวัยเจริญพันธุ์เมื่อมีอายุเพียง 3 เดือน ดังนั้นเมื่อลูกปลาโตพอที่จะแยกเพศได้ (อายุ 1-1.5 เดือน ) ควรเลี้ยงแยกเพศไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผสมพันธุ์กันเอง การเลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรเลี้ยงบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงในตอนช่วงเช้าหรือเย็น ถ้าเลี้ยงกลางแจ้งควรใช้ตาข่ายบังแสงส่องผ่าน 25-40% ภาชนะที่ใช้เลี้ยงใช้ได้ทั้งอ่างซีเมนต์หรือตู้กระจก ควรมีอุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนในน้ำตลอดเวลา น้ำที่ใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากคลอรีน มีความเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ที่เหมาะสมประมาณ 6.8 ควรมีอุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนในน้ำตลอดเวลา และมีอุณหภูมิน้ำ 25-29 องศาเซลเซียส
อาหารที่ใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น ลูกน้ำ ไรแดง ไรสีน้ำตาล หรือหนอนแดง หรืออาจจะเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีปริมาณโปรตีนไม่ต่ำกว่า 40 % อาหารสดก่อนให้ทุกครั้ง ควรฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหารโดยการแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น 0.5-1.0 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ประมาณ 10-20 วินาที ปริมาณอาหารสดควรให้วันละ 10% ของน้ำหนักตัวหรือให้กินแต่พออิ่ม ส่วนอาหารแห้งให้วันละ 2-4 % ของน้ำหนักตัวปลา โดยให้วันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้าและเย็น การถ่ายเทน้ำควรทำทุกวัน โดยดูดน้ำในตู้ออกวันละประมาณ 1 ใน 4 ของปริมาณน้ำในตู้ แล้วเติมน้ำให้เท่าระดับเดิม
การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์
การคัดเลือกปลาเพศผู้และเพศเมียเพื่อทำการผสม ควรเลือกปลาที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไป มีลักษณะลำตัวมีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ โคนหางใหญ่ แข็งแรงครีบสมบูรณ์ ครีบหางใหญ่ พริ้วหนา แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด รูปร่างได้สัดส่วน แข็งแรง ว่ายน้ำปราดเปรียว มีสีและลวดลายสวยงาม เพศผู้จะมีลักษณะต่างจากเพศเมียตรงที่อวัยวะในการสืบพันธุ์เรียกว่า gonopodium ซึ่งดัดแปลงมาจากครีบก้น ปลาเพศผู้และเพศเมีย ควรมีลักษณะสีและลวดลายที่เหมือนกันหรือคล้ายกันมากที่สุด เพื่อให้ได้ลูกปลาที่ลักษณะไม่แปรปรวนมากในการผสมพันธุ์ หากจำเป็นต้องเก็บลูกปลาที่เพาะไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในครั้งต่อไป ควรหาพ่อแม่ปลาจากแหล่งอื่นมาผสมบ้าง เพื่อป้องกันการผสมเลือดชิด (Inbreeding) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกปลารุ่นต่อๆ ไป มีความอ่อนแอและมีอัตราการรอดต่ำ
การผสมพันธุ์
คัดเลือกปลาเพศผู้และเพศเมียตามลักษณะที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วใส่เลี้ยงรวมกันในภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับเพาะพันธุ์ ซึ่งจะเป็นอ่างซีเมนต์หรือตู้กระจกก็ได้ ในอัตราส่วนปลาเพศผู้ 2 ตัว ต่อปลาเพศเมีย 5 ตัว โดยปล่อยในอัตราส่วนเพศผู้ 10 ตัว ต่อ ปลาเพศเมีย 25ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร เมื่อปลาจะผสมพันธุ์กัน ปลาเพศผู้จะว่ายไปใกล้ปลาเพศเมีย และจะปล่อยน้ำเชื้อผ่านทางอวัยวะช่วยในการสืบพันธุ์ไปเก็บไว้ในท่อนำไข่ของปลาเพศเมีย (น้ำเชื้อของปลาเพศผู้สามารถเก็บไว้ในท่อนำไข่ได้นานถึง 8 เดือน) จากนั้น ปลาเพศเมียจะใช้เวลาฟักในท้องนานประมาณ 22 – 30 วัน จึงจะฟักออกเป็นตัว เมื่อลูกปลาออกจากท้องแม่หมดควรนำลูกปลาออก เพื่อป้องกันไม่ให้แม่ปลากินลูกปลาที่เกิดมาใหม่ จำนวนลูกปลาแต่ละครอกอาจมีมากถึง 200 ตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่ปลา แต่โดยเฉลี่ยจะมีประมาณ 40-50 ตัว ในการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงเพื่อการค้า อาจปล่อยพ่อแม่ปลาให้ผสมพันธุ์ในบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ แล้วคอยตักลูกปลาออกทุก ๆ วัน หรืออาจจะปล่อยพ่อแม่ปลาผสมพันธุ์ในกระชัง หรือตระแกรงที่มีขนาดช่องตาที่ลูกปลาสามารถลอดออกมาได้โดยแขวนกระชังหรือตะแกรงดังกล่าวไว้ในบ่อซีเมนต์ เมื่อลูกปลาว่ายออกจากกระชัง สามารถแยกออกไปปล่อยในบ่ออนุบาลได้
การอนุบาลลูกปลา
ลูกปลาที่เกิดใหม่ในระยะแรกให้ไรแดงหรือไรสีน้ำตาลที่ฟักออกใหม่ๆ เป็นอาหาร โดยให้ในปริมาณที่ลูกปลากินอิ่มพอดี วันละ 2 ครั้ง ในตอนเช้า – เย็น ประมาณ 2 สัปดาห์ จึงเปลี่ยนอาหารให้ลูกน้ำแทนหรืออาหารสำเร็จรูป ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ ? ของตู้ทุกวัน และเมื่อลูกปลาอายุประมาณ 1 – 1 ? เดือน ควรจะเลี้ยงแยกเพศ เพื่อป้องกันไม่ให้ผสมพันธุ์กันเอง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น