วันพุธที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2557

การเพาะพันธุ์

การเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูง

images

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์

        ปลาหางนกยูงมีวัยเจริญพันธุ์เมื่อมีอายุเพียง 3 เดือน ดังนั้นเมื่อลูกปลาโตพอที่จะแยกเพศได้ (อายุ 1-1.5 เดือน )  ควรเลี้ยงแยกเพศไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาผสมพันธุ์กันเอง การเลี้ยงปลาหางนกยูงเพื่อเป็นพ่อแม่พันธุ์ควรเลี้ยงบริเวณที่มีแสงแดดส่องถึงในตอนช่วงเช้าหรือเย็น  ถ้าเลี้ยงกลางแจ้งควรใช้ตาข่ายบังแสงส่องผ่าน 25-40%    ภาชนะที่ใช้เลี้ยงใช้ได้ทั้งอ่างซีเมนต์หรือตู้กระจก  ควรมีอุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนในน้ำตลอดเวลา น้ำที่ใช้เลี้ยงควรเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากคลอรีน  มีความเป็นกรดเป็นด่าง  (pH) ที่เหมาะสมประมาณ  6.8   ควรมีอุปกรณ์เพิ่มออกซิเจนในน้ำตลอดเวลา    และมีอุณหภูมิน้ำ  25-29  องศาเซลเซียส

        อาหารที่ใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ได้แก่ สัตว์น้ำขนาดเล็ก  เช่น  ลูกน้ำ  ไรแดง  ไรสีน้ำตาล หรือหนอนแดง    หรืออาจจะเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูปที่มีปริมาณโปรตีนไม่ต่ำกว่า  40 %  อาหารสดก่อนให้ทุกครั้ง  ควรฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหารโดยการแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น 0.5-1.0 กรัมต่อน้ำ 1 ลิตร ประมาณ 10-20 วินาที ปริมาณอาหารสดควรให้วันละ  10% ของน้ำหนักตัวหรือให้กินแต่พออิ่ม   ส่วนอาหารแห้งให้วันละ 2-4 %   ของน้ำหนักตัวปลา  โดยให้วันละ 2 ครั้ง  ในตอนเช้าและเย็น   การถ่ายเทน้ำควรทำทุกวัน   โดยดูดน้ำในตู้ออกวันละประมาณ 1 ใน 4   ของปริมาณน้ำในตู้  แล้วเติมน้ำให้เท่าระดับเดิม

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ 
         การคัดเลือกปลาเพศผู้และเพศเมียเพื่อทำการผสม ควรเลือกปลาที่มีอายุ 3 เดือนขึ้นไป มีลักษณะลำตัวมีขนาดใหญ่ หนาสมส่วน ไม่คดงอ โคนหางใหญ่ แข็งแรงครีบสมบูรณ์ ครีบหางใหญ่ พริ้วหนา แข็งแรงสมบูรณ์ไม่ฉีกขาด รูปร่างได้สัดส่วน แข็งแรง ว่ายน้ำปราดเปรียว มีสีและลวดลายสวยงาม เพศผู้จะมีลักษณะต่างจากเพศเมียตรงที่อวัยวะในการสืบพันธุ์เรียกว่า gonopodium ซึ่งดัดแปลงมาจากครีบก้น ปลาเพศผู้และเพศเมีย ควรมีลักษณะสีและลวดลายที่เหมือนกันหรือคล้ายกันมากที่สุด เพื่อให้ได้ลูกปลาที่ลักษณะไม่แปรปรวนมากในการผสมพันธุ์ หากจำเป็นต้องเก็บลูกปลาที่เพาะไว้เป็นพ่อแม่พันธุ์ในครั้งต่อไป ควรหาพ่อแม่ปลาจากแหล่งอื่นมาผสมบ้าง เพื่อป้องกันการผสมเลือดชิด (Inbreeding) ซึ่งเป็นสาเหตุให้ลูกปลารุ่นต่อๆ ไป มีความอ่อนแอและมีอัตราการรอดต่ำ

การผสมพันธุ์

       คัดเลือกปลาเพศผู้และเพศเมียตามลักษณะที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วใส่เลี้ยงรวมกันในภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับเพาะพันธุ์  ซึ่งจะเป็นอ่างซีเมนต์หรือตู้กระจกก็ได้   ในอัตราส่วนปลาเพศผู้ 2 ตัว ต่อปลาเพศเมีย 5 ตัว  โดยปล่อยในอัตราส่วนเพศผู้ 10 ตัว ต่อ ปลาเพศเมีย 25ตัวต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร เมื่อปลาจะผสมพันธุ์กัน ปลาเพศผู้จะว่ายไปใกล้ปลาเพศเมีย  และจะปล่อยน้ำเชื้อผ่านทางอวัยวะช่วยในการสืบพันธุ์ไปเก็บไว้ในท่อนำไข่ของปลาเพศเมีย (น้ำเชื้อของปลาเพศผู้สามารถเก็บไว้ในท่อนำไข่ได้นานถึง  8 เดือน) จากนั้น  ปลาเพศเมียจะใช้เวลาฟักในท้องนานประมาณ   22 – 30   วัน จึงจะฟักออกเป็นตัว  เมื่อลูกปลาออกจากท้องแม่หมดควรนำลูกปลาออก เพื่อป้องกันไม่ให้แม่ปลากินลูกปลาที่เกิดมาใหม่ จำนวนลูกปลาแต่ละครอกอาจมีมากถึง 200 ตัว  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่ปลา  แต่โดยเฉลี่ยจะมีประมาณ 40-50 ตัว ในการเพาะพันธุ์ปลาหางนกยูงเพื่อการค้า อาจปล่อยพ่อแม่ปลาให้ผสมพันธุ์ในบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ แล้วคอยตักลูกปลาออกทุก ๆ วัน หรืออาจจะปล่อยพ่อแม่ปลาผสมพันธุ์ในกระชัง หรือตระแกรงที่มีขนาดช่องตาที่ลูกปลาสามารถลอดออกมาได้โดยแขวนกระชังหรือตะแกรงดังกล่าวไว้ในบ่อซีเมนต์        เมื่อลูกปลาว่ายออกจากกระชัง  สามารถแยกออกไปปล่อยในบ่ออนุบาลได้

การอนุบาลลูกปลา

         ลูกปลาที่เกิดใหม่ในระยะแรกให้ไรแดงหรือไรสีน้ำตาลที่ฟักออกใหม่ๆ เป็นอาหาร โดยให้ในปริมาณที่ลูกปลากินอิ่มพอดี   วันละ   2   ครั้ง  ในตอนเช้า   –  เย็น ประมาณ   2    สัปดาห์  จึงเปลี่ยนอาหารให้ลูกน้ำแทนหรืออาหารสำเร็จรูป  ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำประมาณ ?  ของตู้ทุกวัน และเมื่อลูกปลาอายุประมาณ 1 – 1 ?  เดือน ควรจะเลี้ยงแยกเพศ  เพื่อป้องกันไม่ให้ผสมพันธุ์กันเอง

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น